จากกรณีเหตุสะเทือนขวัญ คดี น.ส.พิมพ์ อายุ 24 ปี สาวสู้ชีวิตทำงานร้านสะดวกซื้อ ถูกฆาตกรรมปริศนาภายในหอพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.อุดรธานี ล่าสุดวันนี้ ที่ห้องสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เรียกประชุมตำรวจชุดสืบสวนมือดี ทั้งชุดสืบสวนภาค 4 ชุดสืบสวนจังหวัด และชุดสืบสวนพิรุณ เพื่อติดตามความคืบหน้าและเร่งคลี่คลายคดี
หลังตำรวจเดินหน้ารวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิตอย่างละเอียด โดยการประชุมครั้งนี้มุ่งทบทวนข้อมูลจากพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ภาพจากกล้องวงจรปิด รวมถึงผลการเก็บตัวอย่าง DNA ของบุคคลที่เข้า-ออกหอพัก เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับหลักฐานที่พบ และเร่งหาตัวผู้ก่อเหตุให้ได้โดยเร็ว
ขณะเดียวกัน วันนี้ทางญาติ ๆ ได้มาติดต่อกับพนักงานเพื่อทำเรื่องศพ เพื่อนำตัวไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด อ.สังคม จ.หนองคาย โดยทางเจ้าหน้าที่จะนำศพไปชันสูตรที่นิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น ในวันพรุ่งนี้
ส่วนน.ส.ยูบี อายุ 23 ปี ญาติ เปิดเผยว่า รู้ข่าวพี่พิมพ์เสียชีวิตแล้วตกใจแทบช็อก จึงรีบเดินทางมา โดยหลังจากรับศพไปบำเพ็ญกุศล จะเดินทางไปเรียกดวงวิญญาณที่หอพัก ส่วนตัวสนิทกับพี่พิมพ์มาก ปกติเขาเป็นคนจริงใจ แต่หากใครทำให้อาฆาตแค้นจะเจ็บฝังใจ เรื่องที่เกิดขึ้นเชื่อว่ามีคนทำให้พี่เสียชีวิต อยากให้ดวงวิญญาณของพี่พิมพ์ช่วยตำรวจติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้
ขณะที่พ่อของน้องพิมพ์ บอกว่า ช่วงเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ลูกสาวอยากไปเที่ยวบ้านเกิดพ่อที่ จ.ลำพูน จึงพาลูกสาวไปเที่ยวน้ำตก้อหลวง และไปเยี่ยมปู่กับย่าด้วย เพราะลูกสาวอยากไป ครั้งนั้นเป็นครั้งสุดท้ายที่ลูกสาวไปเยี่ยมปู่กับย่า และได้กลับบ้านเกิดของพ่อ หากมีคนทำให้น้องเสียชีวิต อยากให้ตำรวจติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีและลงโทษสูงสุดเลย
ทางด้าน พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า ถึงตอนนี้เจ้าหน้าที่ทำงานเต็มที่ เร่งแกะรอยจากกล้องวงจรปิดและสอบพยานใกล้ที่เกิดเหตุ โดยจะนำพยานหลักฐานทุกด้านมาประกอบการสืบสวน โดยเฉพาะผลตรวจ DNA และภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อเร่งระบุตัวผู้ก่อเหตุและติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว
ขณะนี้ตำรวจได้เรียกผู้พักอาศัยภายในหอพักเข้าให้ปากคำและเก็บตัวอย่าง DNA แล้ว 5 ห้อง จากทั้งหมด 6 ห้อง โดยห้องหมายเลข 6 เป็นหนึ่งในห้องที่ตำรวจต้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวนยังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบหอพัก ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และบริเวณมุมอับข้างกำแพง ซึ่งอาจเป็นเส้นทางเข้า-ออกของบุคคลที่ต้องการหลบเลี่ยงสายตาผู้คน รวมถึงตรวจสอบบุคคลที่เดินทางเข้า-ออกหอพักในช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต
ส่วนประเด็นทองคำของผู้เสียชีวิตที่ก่อนหน้านี้มีข้อมูลว่าสูญหาย ตำรวจตรวจสอบไปยังร้านทองในพื้นที่แล้ว พบว่าผู้เสียชีวิตเป็นผู้นำทองคำไปจำนำไว้ด้วยตนเองก่อนเกิดเหตุ และยังไม่ได้ไถ่ถอนคืน ทำให้เบื้องต้นตำรวจตัดประเด็นทองคำสูญหายออกจากแนวทางการสืบสวน
ขณะนี้ตำรวจยังให้น้ำหนักกับประเด็นการเสียชีวิตจากการถูกฆาตกรรม และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ DNA และภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อหาความเชื่อมโยงของบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะข้อมูลชาย 2 คนที่มีผู้พบเห็นขับรถวนเวียนหน้าหอพัก 3 รอบ ซึ่งตำรวจจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหลักฐานอย่างละเอียดก่อนสรุปว่าเกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่
ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนยังคงทยอยเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อเร่งคลี่คลายคดีและติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
