ส่วนข้าราชการตำรวจคนใดที่มีพฤติกรรมแอบแฝงอยู่ ถ้ามีหลักฐานก็ต้องดำเนินการ ขอย้อนกลับไปที่ว่า ผมเป็นลิเก เดินไปเดินมา ผมจะบอกว่า การเป็น ผบ.ตร. เราใช้สมองในการทำงาน เราใช้สมองในการบอก สั่ง กำชับ ให้หน่วยปฏิบัติทำในสิ่งที่ดี ที่ชอบ ที่ควรตามกฎหมาย และต้องดูแลประชาชน ผมไม่ใช่ตัวละครลิเก ไม่ใช่ผู้กำกับหนัง บางคนอาจจะคิดว่าตัวเองกำลังเล่นลิเก เล่นละคร หรือกำกับหนังอยู่ แต่มองว่าคนอื่นเป็นลิเกด้วยหรือเปล่า แต่ตนยืนยันว่าทุกวินาทีคิดแต่จะทำให้องค์กรของตัวเองดีขึ้น แต่เจอหลุมระเบิด ผมก็ต้องพยายามทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนหยัดต่อสู้กับสิ่งที่ไม่ดีอย่างมั่นคงให้ได้
เมื่อถามว่า การที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติถูกตำหนิ สั่นคลอนกับตำแหน่ง ผบ.ตร. หรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เผยว่า ผมไม่รู้สึกแบบนั้น ผมห่วงหน่วยปฏิบัติต่างๆ เมื่อวานก็ได้เชิญ ผบ.ตร. ทั้ง 5 ท่าน และจเรตำรวจแห่งชาติอีก 1 ท่าน มาพูดคุยกันในเรื่องของการทำงาน จากการพูดคุย เรามีความหนักแน่น และจะทำงานเพื่อนำพาสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปในทิศทางที่ดี แม้บางคนจะมองว่าสิ่งที่พูดออกไปเป็นลิเก แต่ผมว่าไม่ใช่ อีกทั้งวันนี้เรายังมีพิธีสำคัญ โดยผู้บัญชาการทุกหน่วยต้องมาด้วยตนเอง ผมก็ให้ทุกคนเน้นย้ำ หนักแน่น ในการปฏิบัติที่ดีงาม ถ้าใครทำไม่ดี แล้วมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน อย่าโกรธถ้าตนจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด ในฐานะผู้นำหน่วย
ในส่วนของกระแสข่าวการเรียกรับเงินจากการแต่งตั้งโยกย้าย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เผยว่า อยากให้แยกแยะก่อน การกล่าวหาว่าตนไปมีส่วนเกี่ยวข้อง รับเงินรับทอง ตนเคยประกาศนโยบายไปแล้วว่า ปูอย่ากินเลือดปู หมายความว่า เตือนไว้แล้วว่าอย่าเอาเรื่องการแต่งตั้งมาหาผลประโยชน์โดยไม่ชอบ ถ้าผู้ใด ดำเนินการแต่งตั้งแล้วหาผลประโยชน์เข้าตัวเอง มีหลักฐานชัด ตนไม่เลี้ยงจริงๆ
เมื่อถามว่า กรณีที่จะมีการเปิดหลักฐาน พล.ต.อ. ครอบครัว และคนใกล้ชิด ที่เอี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้าย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เผยว่า ทุกวันนี้เราเสพข้อมูลจากการพูดกันไปมา แต่พยานหลักฐานอยู่ไหน ข้อมูลอยู่ไหน ทุกวันนี้องค์กรเราก็จะมีคนส่งกระดาษมา 1 แผ่น ร้องเรียนตำรวจ โดยไม่มีอะไรเลย แล้วก็ตั้งกรรมการกัน ผมถามว่าเป็นธรรมหรือไม่ จึงเกิดแนวคิดว่า เราจะตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูลที่ได้มาจากการร้องเรียนให้ครบถ้วนก่อน อย่างน้อยให้มีเชื้อที่มีพยานหลักฐานชัดเจน
เรื่องที่ปรากฏตอนนี้เป็นเรื่องของการบอกข่าวสารกัน ผ่านสื่อ ผ่านโซเชียล คนที่รับฟังอาจจะบอกว่าตำรวจเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ตนบอกเลยว่า ถ้ามีหลักฐาน พยาน ข้อมูลที่ชัดเจน ให้นำมาให้เราว่ามีตำรวจนายใดตั้งโต๊ะ หรือรับเงิน ผมบอกได้เลยว่า ถ้ามีตำรวจคนไหนรับเงินจากการแต่งตั้ง “โง่สุดๆ” ตนเป็น ผบ.ตร. ต้องหนักแน่นด้วยข้อมูลและหลักฐาน และถ้ามีข้อมูลผมก็ไม่เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจระดับไหน
“ผมว่าคนที่เคยทำแล้วคิดว่าคนอื่นจะทำ ผมคิดว่าจะเรามีความบริสุทธิ์ใจเพียงพอ และย้ำกับผู้บัญชาการภาค 8 ว่า ผมหนักแน่นพอ แต่ถ้าผมรู้ และปรากฏหลักฐาน จะไม่เอาท่านไว้เลย ผมไม่ได้มองในฐานะเพื่อน แต่มองในฐานะผู้บังคับบัญชา และผู้ใต้บังคับบัญชา จะหาว่าผมไปร่วม หรือมีส่วนได้เสีย อย่าพูดลอยๆ เอาเรื่องจริงดีกว่า คนอย่างผม ถ้าคิดจะทำแบบนี้ ผมไม่หน้าหนาพอที่จะประกาศเป็นนโยบาย และย้ำกับผู้ใต้บังคับบัญชาทุกหน่วยว่า คุณต้องไม่ทำ ถ้าผมทำ ผมขอปลดยศผมเองเลยจะดีกว่า ผมไม่ทำแน่ๆ” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าว
ผบ.ตร. ยังกล่าวถึงเรื่องตำรวจกว่า 200 นายที่อาจจะข้องเกี่ยวกับเว็บพนัน ที่อาจมีอดีต ผบ.ตร. เกี่ยวข้องว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ในคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) หน่วยงานที่เกิดขึ้นใหม่ตามพระราชบัญญัติตำรวจ ไม่ได้เกี่ยวกับตำรวจ ฉะนั้นเรื่องต่างๆ ที่เข้าไปใน ก.ร.ตร. จะไม่เกี่ยวกับ ผบ.ตร. แต่หากผลสอบสวนแล้วเสร็จ ตร. จะนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาโทษทัณฑ์



